ตายแล้วไปไหน: คำตอบตามหลักพระพุทธศาสนา

เมื่อสิ้นลมแล้วจิตไปที่ใด คำสอนทางพุทธศาสนาแบ่งคติของผู้ตายไว้ 4 ทาง โดยมี “ตัณหา” เป็นเชื้อที่ทำให้ต้องเวียนว่ายต่อ — และคนที่ยังมีลมหายใจอยู่เท่านั้นที่ยังทำความดีเพิ่มได้

คติของผู้ตาย

4 ทาง

ตัณหา

3 ลักษณะ

เกิดเป็นมนุษย์ต้องมี

ศีล 5

ไปสวรรค์ต้องมี

เทวธรรม

ตอบสั้นก่อน

สรุปคำตอบเรื่องตายแล้วไปไหน

อ่านสี่การ์ดนี้ก็ได้ใจความของทั้งบทความ

อะไรทำให้ต้องเกิดอีก?
ตัณหา คือความอยาก แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา ตราบที่ยังมีเชื้อนี้อยู่ ก็ยังมีเหตุให้เวียนว่ายตายเกิด
ตายแล้วไปได้กี่ทาง?
4 ทาง — กลับมาเกิดในครรภ์เป็นมนุษย์, ไปนรกอบายภูมิ, ไปสวรรค์เป็นเทพเป็นพรหม, หรือหมดกิเลสอาสวะแล้วไปสู่นิพพาน
จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ต้องทำอย่างไร?
ต้องประพฤติตามธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ เรียกว่า มนุษยธรรม 5 ประการ หรือศีล 5
แล้วคนที่ยังอยู่ทำอะไรได้?
ผู้ที่ตายไปแล้วไม่สามารถทำความดีได้อีก ตราบที่ยังมีชีวิตอยู่จึงยังมีโอกาสสร้างความดีไว้เป็นทุน ให้กับตัวเอง

จากคำสอน

ตายแล้วไปไหน ตามคติทางพระพุทธศาสนา

ตายแล้วไปไหนคำว่าตายแล้วไปไหน หลายท่านคงเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้ว และในโอกาสนี้ ทางฟิวเนอรัล แพลน จะขอนำบทความเรื่องตายแล้วไปไหน ที่หยิบยกมาจากฌาปนกิจเทศนา (พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนาในวันฌาปนกิจ) ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

คนเราในทุกยุคทุกสมัยต่างก็สงสัยกันอยู่เรื่อยมาว่า เมื่อตายไปแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งบ้างก็ถกเถียงกันว่าตายไปแล้วดับสูญ ไม่เกิดอีก หรือ ความคิดที่ว่าตายไปแล้วก็ย่อมเกิดได้อีก ทั้งในในคติธรรมทางพระพุทธศาสนาถือว่า ถ้ายังมีเหตุ มีปัจจัยเป็นเชื้อที่ทำให้ต้องเกิด ก็ย่อมจะเกิดอีก ถ้าไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย หมดกรรมที่ทำให้ต้องกลับมาเกิดแล้ว ก็ไม่ต้องกลับมาเกิด

เหตุปัจจัย หรือ เชื้อในที่นี้ ก็คือ ตัณหา คือความอยาก แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ กามตัณหา (ความพอใจรักใคร่ในกาม) ภวตัณหา (ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่) และ วิภวตัณหา (ความอยากพ้นจากสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่) ซึ่ง ตัณหาเหล่านี้เป็นเหตุที่ทำให้เวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบสิ้น แต่หากผู้ใดสามารถทำให้ตัณหาหมดสิ้นไปจากจิตสันดานได้แล้ว ผู้นั้นก็ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก เป็นผู้ถึงนิพพาน ส่วนผู้ที่ยังละกิเลสตัณหาไม่ได้ ก็ย่อมที่จะต้องกลับมาเกิดตามบุญกรรมที่ได้สั่งสมสร้างไว้ ตามพุทธศาสนสุภาษิต แบ่งคติของบุคคลผู้ตายหรือผู้ที่จะไปสู่โลกเบื้องหน้าเป็น 4 จำพวก คือ

คติของผู้ตาย

ผู้ตายไปได้ 4 ทาง

  • ผู้ที่จะไปเกิดในครรภ์ หมายถึง ผู้ที่ตายไปแล้ว ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกเพราะได้ประพฤติตามธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ เรียกว่า มนุษยธรรม 5 ประการ หรือ ศีล 5 นี่เอง ซึ่งประกอบไปด้วย
    – เมตตา ความรักใคร่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่สัตว์ทั้งปวด งดเว้นจากการฆ่า และการเบียดเบียน
    – สัมมาอาชีวะ หาเลี้ยงชีพโดยทางที่ชอบธรรม ไม่คดโกง ลักขโมย
    – กามสังวร ได้แก่ การสำรวม ไม่ประพฤติผิดในกาม (ยินดี และพอใจกับคู่ครองของตน)
    – มีสัจจะ ซื่อตรง เว้นจากการพูดยุยงให้แตกแยก พูดคำที่ไม่เป็นสาระ
    – ความไม่ประมาท ไม่หลงลืมสติ ไม่หลงไหลไปเป็นทาสของอบายมุข
  • ผู้ที่จะไปเกิดในนรกอบายภูมิ หมายถึง พวกที่มีกรรมหยาบช้า ประพฤติชั่วทั้งทางกาย ทางวาจา ทางใจ ไม่รักษาศีล เจริญภาวนา ทำให้จิตใจไหลลงสู่ที่ต่ำ ครั้นตายไปแล้วย่อมไปเกิดในนรกภูมิ
  • ผู้ที่จะไปเกิดในสวรรค์ ไปเป็นเทพ เป็นพรหม ตามแต่ผลแห่งกรรม ซึ่งผู้ที่จะไปเกิดในสวรรค์นั้นต้องมีเทวธรรม คือ หิริ (ความละอายต่อบาปและการกระทำชั่วทั้งปวง) และโอตตัปปะ (ความเกรงกลัวต่อบาป)
  • ผู้ที่หมดกิเลสอาสวะแล้วไปสู่นิพพาน คือ ผู้ที่ดำเนินตามอริยมรรค เมื่อกิเลสหมดไปจากสันดาน ไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย จึงไม่มีเหตุให้เวียนว่ายตายเกิดอีก

นำมาใช้กับชีวิต

โอกาสของคนที่ยังมีลมหายใจ

ผู้ที่ตายไปแล้ว ตามคติธรรมนั้น คือผู้ที่ไม่สามารถทำความดีได้อีก ดังนั้น ตราบที่เรายังมีชีวิตอยู่ ถือว่ายังมีโอกาสที่จะทำดีเอาไว้เพื่อเป็นทุนหนุนส่งให้ตนไปสู่สุคติที่ดี ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของชีวิตทางพระพุทธศาสนา คือ การทำให้จิตสงบสุข ปราศจากกิเลสอาสวะ หลุดพ้นจากวัฏสงสาร แม้ในภพชาตินี้ไม่สามารถที่จะบรรลุธรรมได้ แต่การสั่งสมความดีไว้ย่อมเป็นบารมีให้บรรลุในกาลข้างหน้า และในขณะที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ก็ย่อมส่งผลให้พบแต่สิ่งที่ดี

จากงานจริง

เหตุผลที่หลายครอบครัวขอให้เราช่วยจัดงานศพ

  • มีสมาชิกในครอบครัวไม่มาก ไม่มีญาติพี่น้องช่วยดำเนินการ
  • ต้องการคนคอยช่วยงาน ต้องการเพื่อน และคนให้กำลังใจ
  • ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย ให้อยู่ในงบประมาณที่กำหนดไว้
  • ไม่ทราบรายละเอียดขั้นตอนในการจัดงานศพ ตั้งแต่ต้นจนจบพิธี
  • เป็นสถานการณ์ที่รีบด่วน กระทันหัน จึงไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร
  • เมื่อสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทำให้สภาพจิตใจ ไม่พร้อมที่จะทำสิ่งต่างๆ
  • ต้องการออกแบบรูปแบบงานให้เป็นไปตามความต้องการ
  • ต้องการให้ช่วยเรื่องกฎหมาย เช่น พินัยกรรม และภาษีมรดก
  • ต้องการความสะดวก เนื่องจากเราช่วยจัดเตรียมทุกสิ่งให้ ตั้งแต่การเคลื่อนย้าย ดอกไม้ประดับหีบ ของชำร่วยงานฌาปนกิจ จนกระทั่งพิธีเก็บอัฐิและลอยอังคาร

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องตายแล้วไปไหน

อะไรคือเหตุที่ทำให้ต้องเกิดใหม่
เหตุปัจจัยหรือเชื้อในที่นี้คือตัณหา คือความอยาก แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ กามตัณหา (ความพอใจรักใคร่ในกาม) ภวตัณหา (ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่) และวิภวตัณหา
จะไปเกิดเป็นมนุษย์อีกต้องมีคุณสมบัติอะไร
ต้องได้ประพฤติตามธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ เรียกว่ามนุษยธรรม 5 ประการ หรือศีล 5
ผู้ที่จะไปเกิดในสวรรค์ต้องมีธรรมข้อใด
ต้องมีเทวธรรม คือ หิริ ความละอายต่อบาปและการกระทำชั่วทั้งปวง และโอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อผลของบาป
ใครคือผู้ที่ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก
ผู้ที่หมดกิเลสอาสวะแล้วไปสู่นิพพาน คือผู้ที่ดำเนินตามอริยมรรค เมื่อกิเลสหมดไปจากสันดาน ไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย จึงไม่มีเหตุให้เวียนว่ายตายเกิดอีก

ให้เราดูแลแทน

เมื่อถึงเวลาต้องส่งท่านด้วยพิธีที่เรียบร้อย

เราดูแลตั้งแต่การขอศาลาวัด เคลื่อนย้ายร่าง นิมนต์พระสงฆ์ ดูแลทุกคืนของการสวดพระอภิธรรม จนถึงเก็บอัฐิและลอยอังคาร เพื่อให้ครอบครัวได้ใช้เวลากับการทำบุญอุทิศจริงๆ

กรณีเร่งด่วนมีผู้เสียชีวิตแล้ว รับสายตลอด 24 ชั่วโมง · ให้บริการเต็มรูปแบบเฉพาะวัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล